[FICTION]------------------------ FIRST MEET------------------------*Issue 15*{JIN*KAME} by: AyUMIkaZuJiN
posted on 02 Oct 2009 15:51 by ayumikazujin in FIRSTMEETสัญญาณอินเตอร์คอมฯจากเลขาหน้าห้องดังขึ้นมือเรียวกดรับเสียงหวานจากปลายสาย"คุณยูอิจิค่ะคุณอุจิมาขอพบ"รายชื่อบุคคลที่ 3จากปลายสายเรียกความงุนงงจากเจ้าของห้อง แต่เมื่อคิดถึงเหตุการณืเมื่อคืนวานก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่ฮิโรกิจะมาหาเขาแบบนี้
"ให้เข้ามาได้เลย"เสียงทุ้มกรอกกลับไปมองตรงไปยังประตูห้องรอร่างของแฟนเพื่อนปรากฏตัวส่งยิ้มนำไปก่อนแต่หน้าสวยๆของอุจิกลับเมินมันทิ้งเสียเดินไปนั่งลงบนโซฟารับแขก ยูอิจิเลยจำใจต้องลุกจากเก้าอี้ทำงานไปนั่งตรงโซฟารับแขกตกลงเขายังเป็นเจ้าของห้องอยู่ใช่ไหม
"วันนี้เรียวมันไม่ได้มานี่หรอกนะ"ถามทั้งๆที่รู้ว่ามาทำไมอีกนะ
"วันนี้ฉันมาหานายโดยเฉพาะเลยนากามารุยูอิจิ"อุจิเน้นชื่อยูอิจิเสียงหนักแต่ยูอิจิก็ทำเพียงยักไหล้
"ยูอิจิคิดดีแล้วใช่ไหมที่ทำแบบนั้นหน่ะคิดดีแล้วใช่ไหม"ยังไม่ทันที่ยูอิจิจะนั่งลงบนโซฟาเสียงกร้าวก็ถามขึ้นทันที
"คิดมีอะไรต้องคิดหล่ะ"ยูอิจิถามสบายๆ
"ฉันอาจไม่รู้ว่านายเจ็บแค่ไหนเพราะฉันไม่ใช่นาย แต่นายคิดบ้างไหมว่าที่นายทำหน่ะมันยิ่งกว่าที่โทโมะเคยทำกับนายอีก"อุจิพูดแล้วก็อยากร้องไห้เมื่อเห็นสภาพเพื่อนรักที่ร้องไห้อย่างหมดทางสู้จนสลบไป
"นายก็ไม่จำเป็นต้องเข้าใจ"น้ำเสียงที่ไม่หยี่ระกับท่าทางที่ไม่ใส่ใจทำให้อุจิอยากจะต่อยให้หน้าหงาย
"ไม่ใส่ใจแน่ถ้าฉันไม่เห็นว่าโทโมะพยายามขนาดไหนที่จะทำให้นาย.shอภัย ถ้าจะตัดก็ตัดให้ขาดอย่าให้เขาต้องดีใจกับการหวังดีของนายเล็กๆน้อยๆของนายมันทำให้เขามีความหวังว่านายจะกลับแต่มาฆ่าเขาทั้งเป็นด้วยการกระทำแบบนั้นนายมันเลวยิ่งกว่าเสียอีก"น้ำเสียงที่เข้มข้นขึ้นจามแรงอารมณ์
"เหตุการณ์ที่โอกืนาว่าหลายๆเหตุการณ์ไม่ได้ทำให้นายคิดไเลยหรอ ไม่คิดบ้างหรอถ้าวันหนึ่งต้องเสียโทโมะไปจริงนายจะทำยัง ถ้าเขาเป็นอะไรไปจริงนายจะทำยังไง"ยูอิจิไม่เข้าใจว่าอุจิหมายถึงอะไร
"หมายความว่าไง"
"รู้ไหมตอนนี้โทโมะอยู่ไหน ฉันจะบอกใเขาอยู่โรงพยาบาลเขาช็อคจนหมดสติไปเขาเสียใจจนช็อคกับการกระทำบ้าๆโง่ๆของนาย"อุจิที่ทนไม่ไหวเขวี้ยงหมอนอิงข้างตัวใส่หน้ายูอิจิเต็มแรงเมื่อคิดถึงสภาพเพื่อนรัก
"ฉันแค่มาบอก ถ้านายคิดว่าไม่ต้องการโทโมะจริงก็ไม่ต้องไปหาเขาอีกอย่าไปใส่ใจเขาอีก อย่าเอาแค่ความสงสารมาให้โทโมะ เพราะฉันรับรองว่านายต้องเจ็บกว่านี้แน่ และฉันจะพยายามทุกวิถีทางให้เขาลืมนายเหมือนกัน"อุจิยิ้มเยาะเป็นครั้งสุดท้ายใส่หน้ายูอิจิแล้วเดินจากไป
************************************
ยูอิจิเดินเข้าสู่ตัวโรงพยาบาลไม่ยากที่จะถามหาว่าคนของตระกูลอาคานิชิอยู่ที่ไหนในเมื่อที่นี่คือโรงพยาบาลของตระกูลนิชิกิโดและเขาคือนากามารุยูอิจิแค่เดินเข้าสู่ตัวโรงพยาบาลคนก็มต้อนรับเขาถึงหน้าประตูไม่ถึงอึดใขเขาก็ได้คำตอบว่าห้องของยามะพีอยู่ที่ไหนสาวเท้าตัวเองให้เร็วขึ้นใจลอยไปหาคนที่คิดถึงเชื่อว่าตัวเองคิดดีแล้วที่จะมาบอกกับยามะพีแบบนี้ สูดลมหายใจลึกอยู๋หน้าประตูห้องที่เขียนป้ายชื่อไว้ว่ายามาชิตะ โทโมฮิสะรวบรวมกำลังใจได้ก็เปิดประตูเข้าไปเจอพยาบาลสาวที่เดินออกมาจากส่วนห้องพักคนไข้เข้าห้องรับแขกยูอิจิชะงักไปโค้งตัวเล็กน้อยให้กับพยาบาลสาวที่โค้งตัวให้เขาพร้อมรอยยิ้ม
"ตอนนี้คุณยามาชิติหลับอยู่ค่ะ"เธอตอบพร้อมรอยยิ้ม
"เขาเป็นไงบ้างครับ"ยูอิจิทำแค่เพียงเดินผ่านหญิงสาวไปมองยังร่างที่ใจห่วงนักหนาบนเตียงก็ร้าวไปทั้งใจไม่ผิดจากวันนั้นที่ยามะพีไม่สบายแต่วันนี้หน้าของยามะพีกลับซีดกว่าเดิมและที่เด่นชัดคือรอยทุกข์ตรมตัดใจหันมาหาพยาบาลสาวเหมือนต้องการคำตอบเมื่อเธอเงียบไป
"ตอนนี้ไม่เป็นอะไรมากค่ะแต่สภาพจิตใจใช่ว่าดีนักตอนนี้คุณหมอคิดว่าคนไข้อาจเป็นโรคซึมเศร้าไม่ควรป่อยให้อยู่คนเดียวค่ะดิฉันเลยเข้ามาดูบ่อยเมื่อกี้ก็พึ่งกล่อมให้หลับได้"เธอตอบเสียงยืดยาววางถาดยาและน้ำดื่มที่พึ่งจะกล่อมให้คนไข้ในห้องกินได้
ยูอิจิพยักหน้าช้าๆเขาเคยได้ยินโรงนี้มาบ้างและคนที่เป็นโรคนี้จะไม่พูดไม่จา เก็บตัวเงียบ ไม่เข้าสังคมและหนักสุดมากๆอาจตรอมใจตายแค่คิดเขาก็สั่นด้วยความเจ็บเมื่อเขาเป็นคนทำให้ยามะพีเป็นแบบนี้เองเขาเองไม่ใช่ใครเลย
"แล้วคนอื่นไปไหนหมดครับ"ยูอิจิยังคงถามพยาบาลสาวต่อไปและเเม้เสียงจะเบาแค่ไหนแต่มันก็เล็ดลอดเข้าสู๋หูคนไข้ที่นอนอยู่
ยามะพีขยับตัวอึกอักเมื่อได้ยินเสียงคนคุยกันขมวดคิ้วอย่างรำคาญแต่แว่วต่อมาเมื่อฟังให้ชัดขึ้นก็ต้องลืมตาโพลงเมื่อจำได้ว่าเสียงนั่นเป็นเสียงใครจนต้องเลื่อนมือตัวเองมาทุบอกตัวเองเบาเมื่อความเจ็บปวดมันแล่นขึ้นมาจุกอยู่กลางอกแทบหายใจไม่ออกยิ่งคืดภาพเมื่อคืนเขายิ่งทรมานยูจะมาทำไมตอนนี้เขาไม่พร้อมที่จะพบหน้ายูเขายังทำใจไม่ได้เรื่องเมื่อคืนนั้นทำร้ายเขาเกินไปเกินกว่าที่ยามะพีจะทำใจคิดผ่านไปเพียงแค่ว่ายูทำเพราะประชดกัน
ยามะพีเด้งลุกขึ้นสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้ากำลังเดินเข้ามาสู่ส่วนของคนไข้จิตสำนึกสั่งทันทีว่าให้ออกไปจากที่นี้เขายังไม่พร้อมที่จะพบยูอิจิตรงๆเพราะแค่มองยามะพีอาจตายได้เพราะความเจ็บและผิดหวังเมื่อเห็นปลายเท้าของรองเท้าหนังสีดำมันวับยามะพีก็ลุกลงจากเตียงดึงเข็มน้ำเกลือจากหลังมือตัวเองอย่างไม่กลัวเจ็บในเมื่อตอนนี้หัวใจเขาเจ็บเจียนตายจนไม่รู้สึกจะมาเจ็บอะไรแค่แผลภายนอกแค่นี้ ออกตัววิ่งผลักอกยูอิจิให้พ้นทางผ่านพยาบาลสาวที่สีหน้าตกใจเปิดประตูออกจากตัวห้องไปทันที
ยูอิจิฉุดตัวเองลุกจากพื้นมองตามหยดเลือดที่พื้นจากมือเรียวนั้นก็ใจหายยามะพีกล้าทำแบบนั้นได้ยังไงไม่เจ็บหรือไงกันแต่ตอนนี้ไม่มีเวลาคิดมากกว่านั้นยูอิจิวิ่งตามยามะพีออกไปทันทีทิ้งพยาบาลสาวที่ทั้งงงและตกใจกับเหตุการณ์ทั้งหมดไว้ในห้อง
ยูอิจิไม่ได้ตะโกนเรียกให้ยามะพีหยุดแต่เร่งฝีเท้าตัวเองเต็มที่ให้ตามร่างตรงหน้าทันแตยามะพีก็วิ่งสุดกำลังเเม้รอยเลือดที่ไหนตามนิ้วมือหยดลงพื้นและการวิ่งในโรงพยาบาลจะทำให้ทุกคนมองอย่างตกใจ จนหมอและพยาบาลต้องวิ่งตามกันมายามะพีไม่ได้หยุดแม้จะมีคนมาขวางทางทำเพียงหลบไม่ก็ผลักให้พ้นทางในเมื่อตอนนี้สิ่งที่คิดเพียงสิ่งเดียวคือไปให้พ้นจากหน้ายูอิจิ
ยูอิจิวิ่งมาเกือบจะคว้าชายเสื้อคนไข้ได้แต่ก็ชนกับหมอที่ยามะพีหลบจนมากระแทกเข้ากับยูอิจิแทนยูอิจิไม่คิดจะครวญครางหรือต่อว่าหมอที่ทำให้เขาพลาดจากยามะพีออกตัววิ่งตามไปจนถึงหน้าบันไดของล๊อบบบี้โรงพยาบาลยามะพีก็ยังคงไม่ลดความเร็วลงวิ่งหลบหมออีกคนแต่ก็ชนเข้ากับกับอีกคนจนเสียหลักพลาดร่วงลงจากบันได ยูอิจิได้ยินเสียงคนรอบข้างส่งเสียงร้องและเขาก็ได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นแรงจนเจ็บจิตสำนึกสั่งให้ร่างกายตัวเองวิ่งอย่างสุดกำลังคว้าตัวยามะพีไว้ให้ได้ไม่อย่างนั้นเขาอาจต้องเสียยามะพี ยูอิจิวิ่งมากระโดดตามคว้ายามะพีมาแนบออกมืออีกข้างเอื้อมอย่างสุดกำลังที่จะคว้าราวไว้และเขาก็คว้าได้แต่น้ำหนักของคนสองคนกับแรงโน้มถ่วงของโลกมันก็มากพอที่จะเหวี่ยงตัวเขาเข้าไปประทำกับขอบบันไดจนยูอิจิหน้าเหยเกด้วยความเจ็บร้าวขึ้นมาตามหลังแต่มันไม่ใช่เวลาสนใจความเจ็บของตัวเองก้มลงสำรวจร่างในอกทันที
"โทโมะ...โทโมะ."เรียกย้ำหลายครั้งก็ไม่มีทีท่าจะฟื้นหมอและพยาบาลหลายคนเข้ามารุมล้อมเขาทันทียูอิจิปล่อยให้หมอเหล่านั้นอุ้มยามะพีขึ้นเตียงไปเมื่อทุกคนพยายามตะโกนให้เขาปล่อยร่างนั้นเพื่อจะเอาไปรักษาเพราะตอนนี้เขาทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากรอเขาไม่สามารถช่วยยามะพีได้มีแต่หมอที่ช่วยได้
ความรู้สึกร้าวในใจยังไม่หยุดยังสัมผัสได้ถึงเลือดอุ่นที่มือเรียวกล้ากระชากมันออกมาได้ยังไงกันเจ้าตัวจะรู้ไหมว่าเขาเจ็บแค่ไหนกับการกระทำนั่นยูอิจิเจ็บเมื่อคิดว่าที่ยามะพีทำแบบนั้นเพียงต้องการจะหนีเขาไปให้พ้นหน้า และเจ็บมากกว่าเดิมเมื่อคิดว่าครั้งนี้ที่ยามะพีพลัดตกบันไดก็สาเหตุเป็นเพราะเขาอีกทุกครั้งที่ยามะพีเจ็บมันเป็นเพราะเขานากามารุ ยูอิจิคนเดียวเท่านั้นช่วงนี้เขาเกิดความรู้สึกนี้บ่อยไปไหมความรู้สึกที่เหมือนจะเสียยามะพีไปตลอดกาลเสียไปแบบที่นำกลับมาไม่ได้ พระเจ้าคงกำลังสมน้ำหน้าเขาที่ขนาดสองครั้งแรกเขาก็ยังคงถือทิฐิของตัวเองเลยมีครั้งที่สามให้เขาเห็นอีกครั้งและนั่นมันทำให้เขาหัวใจเเทบหยุดเต้นไม่ต่างไปจากสองครั้งแรกเลยซักนิด
อุจิคงพูดถูกสิ่งที่เขาทำมันเลวทำร้ายคนที่รักอย่างไม่น่าให้อภัยและมันไม่ใช่แค่ครั้งเดียวในเมื่อยามะพีเป็นคนที่รักทำไมเขาจะไม่ให้โอกาสคนที่รักบ้างหล่ะและให้โอกาสตัวเองที่จะเชื่อในตัวคนรักอีกครั้งเขาจมอยู่กับทิฐิโง่ๆนั่นทำให้เราทั้งสองนเจ็บอย่างไม่น่าให้อภัยแล้วความผิดครั้งนี้ยามะพีจะยกโทษให้เขาหรือใเมื่อตอนนี้ยามะพีคงเกลียดเขาจนต้องวิ่งหนีและทำร้ายตัวเองแบบนั้นไม่เป็นไรแม้ยามะพีจะโกรธจะเกลียดเขาแต่เขาก็จะเป็นฝ่ายอดทนให้โอกาสแก่เราทั้งสองคนดูแลยามะพีต่อไปเองแม้ว่าตอนนี้ยามะพีจะไม่ต้องการก็ตาม
ยูอิจินั่งอยู่ข้างเตียงยามะพีเมื่อทุกย่างเรียบร้อยหมอบอกว่าที่ยามะพีสลบไปสาเหตุหลักเป็นเพราะฤิทธิ์ยาที่เจ้าตัวทานเข้าไปและสาเหตุต่อมาอาจจะช็อคจากอุบัติเหตุที่เกิดกับตัวเองแต่แค่นั้นยูอิจิก็ไม่รู้จะโทษตัวเองอย่างไรดีแล้ว มือใหญ่กุมมือข้างที่ผันผ้าก็อตไว้หลวมๆนิ้บเรียวเกลี่ยไปตามผ้านั่นเหมือนต้องคลายความเจ็บปวดที่แผลนั่นเพราะเขาคิดอะไรไม่ได้มากกว่านั้นยูอิจิคนเลวทำได้เพียงแค่นิด เลิกผ้าห่มยามะพีขึ้นย้ายตัวเองขึ้นไปนอนข้างยามะพีนึกของคุณเรียวเหมือนทีขอบคุณคาเมะที่เตียงองโรงพยาาลใหญ่มากกว่าปกติพอที่จะให้เขาเบียดตัวเองลงไปนอนกับยามะพีได้
เวลาคล้อยจากบ่ายเป็นเย็นและเข้าสู่ช่วงค่ำยูอิจิยังคงจ้องมองร่างในอ้อมอกตัวเองไม่คลายสายตาไปไหนจับจ้องทุกจังหวะการหายใจกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นเมื่อยามะพีซุกตัวเข้าหาความอบอุ่นจากอ้อมกอดเขายูอิจิใช้เวลาทั้งวันในการคิดทบทวนและเขาคิดว่าตอนนี้ตัวเองตัดสินใจดีแล้วเขาแค่รอ..รอให้คนที่เขารักสุดหัวใจตื่นมาแล้วเขาจะยอมทุกอย่างที่ยามะพีต้องการยกเว้ยอย่างเดียวคือการปล่อยยามะพี
ยูอิจิรู้สึกได้ว่าคนในอ้อมอกตัวเองเริ่มขยับและแพขนตาปรือที่จะลืมตาขึ้นกระพริบตาไม่กี่ทีดวงตากลมโตลืมเต็มตายูอิจิแทบจะหยุดหายใจเมื่อดวงตาคู่นั้นมองเห็นชัดว่าเป็นน้ำตาก็รื้อขึ้นคลอหน่วยตาเรียวแววตาทั้งตัดเพ้อเสียใจและที่มากที่สุดคือผิดหวังจรยูอิจิใช้มือตัวเองมาปิดดวงตากลมคู่นั้นลงรู้สึกได้ถึงหยดน้ำตาที่ซึมซับมาตามมือจนตัวเขาชา
“อย่าร้องโทโมะอย่าร้อง”ยูอิจิกระชับอ้อมกอดให้แน่นกว่าเดิมตอนนี้เขาสั่นทั้งตัวและเสียงเอรับรู้ว่ายามะพีเสียใจเพียงใดก็อยากจะทำให้ตัวเองตายไปพ้นที่ทให้ยามะพีเสียใจถึงเพียงนี้
“ออกไป..ได้ไหมตอนนี้เรายังไม่อยากเห็นหน้ายูเลย”เสียงเครือตามแรงสะอื้นแทบฟังไม่ออกแม้จะออกปากไปแบบนั้นเราแต่มือยามะพีก็ขยุ้มเสื้อยูอิจิเสียงแน่นราวกับไม่อยากให้ยูอิจิลุกไปไหนกอดตัวเขาไว้แบบนี้
“ขอโทษฉันขอโทษกับเรื่องทั้งหมด..เรามาเริ่มต้นกันไหมได้ไหม”เสียงทุ้มกระซิบข้างหูยามะพีซึ่งยามะพีรู้ได้ว่ามันสั่น
“เพื่อให้ยูทำร้ายเราอีกหรอรู้ไหเราเจ็บแคไหนยูใจร้ายกับเรามากเกินไป”
“ขอโทษฉันรู้ว่าขอโทษกี่ล้านครั้งบาดแผลในใจโทโมะก็คงไม่หายไปแต่ฉันขอโทษ อยากให้เราเริ่มกันใหม่เพื่อพวกเราเองได้ไหม เรามารักกันเหมือนเดิมได้ไหม เราจะไม่ให้โอกาสแก่ความรักของเราเลยหรือ ฉันขอโทษกับทุกอย่างที่ทำเลวร้ายมา ฉันทำร้ายคนที่ฉันรัก ฉันมันเลวระยำอย่างไม่น่าให้อภัย ฉันไม่ควรจะมาขอความรักจากโทโมะอีกครั้งด้วยซ้ำ แต่ฉันก็ต้องการจะทำเพื่อนให้เราได้รักกันเหมือนเดิมได้ไหมโทโมะ...ได้ไหม”มันคือการขอร้องอย่างที่สุดเท่าที่ยูอิจิจะทำได้ในเมื่อขาทำอะไรไปมากว่านี้ไม่ได้เขาทำได้แค่เพียงขอโอกาสอีกครั้งให้กับตัวเองและยามะพี
ยามะพีรวบรวมหัวใจตัวเองมาค้นหาคำตอบและทุกอย่างมันเด่นชัดว่ายามาชิตะ โทโมะฮิสะรักนากามารุ ยูอิจิแล้วทำไมเขาต้องปฏิเสธคำขอร้องอย่างหมดทางสู้แบบนี้ของคนที่รักสุดหัวใจด้วยในเมื่อสิ่งที่ในใจของยามะพีต้องการเสมอมาคือให้เรากลับมาเป็นคนรักกัน เขาไม่ได้โง่ที่เจอเรื่องแบบนี้เเล้วยังกลับไปหายูอิจิในเมือเรื่องทุกอย่างมันเริ่มจากความโง่ของยามะพีเองไม่ใช้ความผิดของยูอิจิเลยซักนิดมันคือความโง่ที่ยามะพีไม่รู้ใจตัวเองจนต้องเสียคนที่ตัวเองรักจริงๆไป ในเมื่อตอนนี้ยูอิจิยอมลงให้อย่าง ยอมอย่างหมดทางสู้เเล้วเขาจะปฏิเสธหัวใจตัวเองได้ยังไง
ยามะพีรู้สึกว่าอ้อมกอดที่โอบล้อมเขาอยู่มันสั่นแรงจนรู้สึกได้ จนต้องเงยหน้าที่ซบอยู่กับอกอุ่นขึ้นไปมองยังหน้ายูอิจิก็ตกใจ เมื่อยูอิจิร้องไห้รอ้งอย่างไม่อายเมื่อเขาคิดว่าามะพีจะไม่ให้อภัยความโหดร้ายของเขา และเขาต้องเสียยามะพีไปจริงๆ ความกลัวมันก็เเล่นจุกในอกอย่างวบคุมไม่อยู่ การร้องไห้เหมือนเป็นการแสดงความอ่อนแอ แต่ตอนนี้ยูอิจิก็ยอมรับอย่างไม่อายว่าเขากำลังอ่อนแออย่างที่สุด
ยูอิจิดันศีรษะยามะพีกดลงที่อกกระชับแน่นขึ้นจนอึดยามะพีแทบหายใจไม่ออก เขาไม่อยากให้ยามะพีเห็นน้ำตานี่หรอกเขากลัวว่ายามะพีจะคิดว่านี้เป็นการเรียกร้องความเห็นใจ แต่ยามะพีก็ดิ้นอึกอักจนหลุดจากอ้อมกอดอุ่นยันตัวเองลุกขึ้นและดึงยูอิจิตามขึ้นมาด้วย
ยูอิจิก้มหน้าลงจนทางแทบชิดกับอกตัวเองไหล่ที่คู้ตัวลงห่อ และอาการสั่นน้อยๆที่ยามะพีรับรู้ว่ายูอิจิยังคงร้องไห้ยามะพีไม่เคยเห็นยูอิจิเป็นแบบนี้มาก่อนไม่เคยเห็นยูอิจิอ่อนแอขนาดนี้มาก่อนนั่นทำให้หัวใจตัวเองพองตัวอย่างประหลาดเมื่อคิดว่าที่ยูอิจิเป็นแบบนี้เพราะเขาอ่อนแอเพราะเขา
"ยูร้องไห้ทำไมอย่าร้องนะ"จากคนถูกปลอบกลายเป็นคนปลอดดันยื่นสองมือไปประกบข้างแก้มยูอิจิให้สบตาตัวเองตรงนิ้วโป้งปาดเอาคราบหน้าตาออกจากหน้าหล่อนั้น ดวงตาที่สั่นไหวต่างจ้องมองกันในความเงียบให้เวลาได้ใช้หัวใจของตัวเองคุยกันเงียบๆ
"รักโทโมะ"
"รักยู"
สองคำที่ก้องไปทั้งหัวใจ สมอง จิตใต้สำนึกมีเพียงคำๆเดียวที่สื่อถึงกันในเวลานี้คำหรูหรามากมายร้อยแปดไม่จำเป็นสำหรับคนสองคนสิ่งที่องการมีเพียงคำเดียวเท่านั้น คำเดียวที่เชื่อมหัวใจคนสองคนเป็นดวงเดียวกันตลอดกาล
.................................
..................
...
"ขอขอบคุณที่ให้ภัยกันขอบคุณ"เสียงทุ้มที่แหบนิดเพราะการร้องไห้มือเกี่ยวเอาเอวคนรักเขามาชิดกว่าเดิม
"เราก็ต้องขอบคุณที่ยูให้อภัยเรา"ยามะพียิ้มหวานหใคนรักมือโอบรอบคอคลอเคลียริมฝีปากตัวเองกับยูอิจิ
"เรามาเริ่มกันใหม่นะต่อจากนี้จะมีแค่ยูอิจิกับโทโมะจะมีแค่เรา"ยูอิจิกระซิบผ่านริมฝีปากบางให้ซึมลึกเขาไปถึงหัวใจกันและกันยามะพีรู้สึกว่าตอนี้ตัวเองมีความสุขเหลือเกินเหมือนได้หัวใจตัวเองคืนมือและเขาก็คิดว่าคนรักเขาคงคิดไม่ต่างกัน
ทั้งสองคนอาจไม่หยุดแค่จูบล้ำลึกแต่บ่งบอกถึงความผูกพันที่ลึกล้ำของคนทั้งคู่ถ้าหากประตูห้องที่ยูอิจิไม่ได้ยินเเม้เสียงเปิดแต่กลับมีร่างของเพื่อนยกแก็งที่โผล่พรวดออกมาจากส่วนรับแขก เมื่อันไปกวาดสายตามองยังมีเพื่อนรักของคนในอ้อมกอดเขาด้วยยามะพีสะดุ้งสุดตัวเมื่อคน5คนมายืนกันหน้าสลอนแบบไม่ให้ซุ้มให้เสียงยามะพีตั้งท่าจะลุกออกจากตัดยูอิจิแต่ก็ดดนคนรักกดเอวไว้ให้นั่งที่เดิมจนตอนนี้ความอายพุ่งขึ้นเกินระดับที่หน้าเขาจะแดงได้แล้ว
"ยูอิจินายทำเอาพวกเราลุ้นเสียนานเลย"ฮิโรกิพูดล้อพร้อมแววตามายังยามะพีที่ท่าทางอายจนจะม้วนตัวได้
"ตอนแรกนึกว่าแกจะจบแฮ่ตั้งแตที่หน้าล๊อบบี้โรงพยาบาลแล้ว"โคคิแทรกขึ้นมาทำให้เขาได้รู้ว่าจริงๆแล้วไอ้พวกนี้มันนั่งดูเขาตั้งแต่เที่ยงแน่นอนอย่างน้อยเขาก็มั่นใจว่าไอ้คิคนนึงที่นั่งดูตั้งแต่ตอนนั้นงานการไม่มีทำหรือไงว่ะ
"ต่อไปแกก็ทำให้ได้อย่างที่พูดหล่ะจะได้ไม่มีใครเดือดร้อน"เรียวไม่อยกจะบอกว่าตลอดเวลาอุจิฟาดหัวฟาดหางไม่พอใจใส่เข้าเพราะยูอิจิ จนเขาก็แอบน่วมไปเหมือนกัน
"เหอะ...ไอ้ยูคราวนี้แกต้องดูแลน้องฉันอย่างดีที่สุดนะเว้ยถ้าแกทำให้โทโมะเจ็บอีกก็อย่างหวังว่าจะได้เจอโทโมะอีก"จินคาดโทษเพื่อนเสร็จสรรพก็ได้สายตาแน่วแน่จากยูอิจิว่าไม่มีทางจนทุกคนหัวเราพกันไป
"แต่ว่าจะกอดอีกนานไหมครับนากามารุ ปล่อยเพื่อนผมได้แล้ว"คาเมะละออกจากแขนจินออกไปดึงยามะพีออกจากตักยูอิจิอย่างไม่กลัวเกรง และไม่ได้คิดว่าตัวเองเคยเป็นคนที่ยามะพีเคยหันมาปันใจให้ แต่ตอนนี้คาเมะไม่ได้คิดอะไรนอกจากจะแกล้งยูอิจิบ้าง เมื่อดึงลงจาดเตียงได้เสร็จสรรก็พาเจ้าของเตียงตัวจริงมานั่งโซฟาไม่ลืมที่จะเข็ยเสาน้ำเกลือมาด้วยพอนั่งลงได้ก็กอดเอวยามะพีแน่นเสร็จสรรพและค้างไว้อย่างนั้นจนยามะพีต้องหัวเราพะและกอดเอวบางตอบด้วยแรงไม่แพ้กัน
"เจ็บไหม"คาเมะพลิกมือข้างที่ยามะพีดึงเข็มน้ำเกลืออกมาลูบเบาถามด้วยความเป็นห่วงมองคาดโทษคนที่นั่งหน้านิ่งบนเตียงมองมาทางเขาไม่วางตาจนเจ้าตัวก็ชักร้อนๆกับสายตานั่น
"ไม่เป็นไรเราไม่เจ็บแล้ว"ยามะพียิ้มอ่อนให้คนข้างกายเพื่อนเขาคนนี้น่ารักเสมอแต่เขาก็อยากจะกอดเจ้าตัวเล็กนี้ไว้นานหน่อยเหมือนกันถ้าเขาไม่ได้รับรู้รังสีความกดดันจากร่างของพี่ชายละก็จะฟัดคาเมะเพิ่มเสียด้วยซ้ำมาทำตัวน่ารักแบบนี้ แต่เขาเองก็อยากแกล้งพี่ชายตัวเองบ้างจึงกอดเอวคาเมะแน่นขึ้นจนลืมไปว่ายังมีอีกคนที่หน้าบึ้งไม่แพ้กัน
"นี่ดึกแล้วทานอะไรหรือยัง"ยามะพีถามด้วยความเป็นห่วงนี่ก็เลยเวลาค่ำไปมากและเขาคิดว่าคาเมะพอเลิกงานต้องตรงดิ่งมานี้ก่อนแน่
คาเมะส่ายหัวมือก็ลูมมือยามะพีข้างที่พนแผลเบาๆตลอด เมื่อยามะพีได้คำตอบก็เงยหน้าส่งสายตาตำหนิพี่ายตัวเองนิดหน่อยก่อนจะก้มมองคนข้างตัวอีกครั้ง"งั้นคาเมะสั่งขึ้นมานะเราจะได้ทานพร้อมกัน"และฉากนี้มันคงจะไปไกลกว่านี้ถ้าใครบางคนที่ทนไม่ไหวขึ้นมาดึงคาเมะออกแล้วกระชับเอวไว้จนยามะพีลอบยิ้ม
"เดี๋ยวคาซึยะกลับไปทานข้าวที่บ้านกับพี่อยู่เเล้วไม่เป็นไร"จินพูดเสียงเรียบ ไม่ไว้ใจเจ้าน้องชายตัวเองที่อยู่ก็มาแสดงความแมนใส่คนรักเขา
"ผมก็แค่ถามครับเพราะยังไงวันนี้ผมจะกินข้าวกับยู"ยามะพีเดินกลับมาที่เตียงจับมือคนรักบีบเบาจนคลายหน้าบึ้งของยูอิจิจากเหตุการณ์เมื่อกี้ได้
"ได้ยินที่พูดแล้วเพราะงั้นเชิญทุกคนกลับไปได้มันเกะกะ"ยูอิจิไล่อย่างไม่เกรงกลัวว่าเพื่อนจะเคืองกับคำพูดตัวเองไม่พอเปล่ามีกรโบกมือล่ให้อีก
"ไรว่ะคนอุตส่าห์มาช่วยยังไล่กันอีก"โคคิบ่นกระปอดกระแปดจนยูอิจิขาเริ่มกระตุกอยากถีบคน
"ช่วยหรือแอบดูกัแน่อย่างคิดว่าไม่รู้นิสัยแกนะไอ้คิ"ยูอิจิพูดเสียงโหดจนโคคิต้องยิมเงียบเมื่อมันจริงแต่ก็ไม่วายขมุบขมิบบ่นเพื่อนไปด้วย
"โทโมะงั้นเราไปก่อนนะเเล้ว"คาเมะดึงตัวเองออกมาจากแขนจินเขาไปกอดยามะพีไม่วายหอมแก้มนุ่มไปอีกฟอดทำเอาคนสองคนหน้าตึง
"ฝันดีนะคืนนี้"คาเมะทิ้งท้ายก่อนจะเดินตามจินที่เดินออกจากห้องไปไม่รอคาเมะสักนิดจนคาเมะก็รูได้ว่าต้องไปตามคนขี้น้อยใจเสียแล้วกล่าวลาทุกคนแล้วตามคนรักออกไป
"แล้วพวกแกจะยืนหาสวรรค์อีกนานไหม"ยูอิจิหงุดหงิดแต่ก็ไม่ลงกับคนรักหันไปหาเพื่อนที่ยืนเกกะลูกตาแถวนั้นแทน
"เหอะ..กลับก็ได้"โคคิแอบสะบัดเชิดออกไปเหมือนงอลแต่ยูอิจิก็ไร้การสนใจ
"โทโมะเรากลับบ้างดีกว่ากลัวคนปากห้อยจะห้องกว่านี้เพราะไม่ได้ดั่งใจ"อุจิสะบัดห่างตาใส่ยูอิจิเข้าไปกอดเพื่อนรักแล้วลากเรียวออกไปยามะพีหันมายูอิจิเต็มตัวมองหน้าคนรักที่ทำหน้านิ่งก็ะบายลมหายใจเบา
"ยู"
"...."
"ยู...อย่างอลนะ"
"..."
"ยู..คาเมะเป็นเพื่อนรัก แต่ยูคือคนรัก คนที่เรารักสุดหัวใจ"
"..."
"เข้าใจไหม"
"เข้าใจ"เสียงทุ้มร้องตอบดึงยามะพีเข้าหาอกตัวเองอีกครั้งกอดเท่าไหร่ก็ไม่พอในเมื่อเขาเลือกที่จะรักยามะพีเขาก็ต้องเชื่อยามะพี เชื่อในความรักของเรา
"ต่อจากนี้จะมีแค่เรายูอิจิกับโทโมะ"ยามะพีกระซิบข้างหูยูอิจิด้วยประโยคเดียวกันกับคนรัก
"รัก"
ในความเงียบมีเพียงเสียงนี้ที่กระซิบกับดังก้องไปทั้งห้องหัวใจ ณ เวลานี้มันคงไม่มีสิ่งใดมากไปกว่าควมรุ้สึกนี้สำหรับโทโมะฮิสะ และยูอิจิ
*****************************************
คาเมะอยากจะอาละวาดให้รู้แล้วรู้รอดกับท่าทางของจินตั้งแต่เขาเดินตามคนรักออกมาจากห้องพยาบาลเขาก็เห็นว่าจินสตาร์ทรถรอเขาแล้ว พอเขาขึ้นไปบนรถเขาคิดว่าจะโดนโมโหใส่แต่กลายเป็นว่าจินทำเหมือนเมื่อกี้ไม่ได้เดินหนีเขาออกมาจากห้อง ถามไถ่เขาว่าหิวไหม เหนื่อยไหมตามปกติ และมันก็เป็นแบบนี้จนมาถึงบ้านพวกเรานั่งทานข้าวด้วยกันจินช่วยคาเมะทำอาหาร ล้างจานและนั่งดูหนัง ทุกอย่างมันปกติแต่เป็นคาเมะที่หงุดหงิดขึ้นเร่อยเพราะท่าทางแบบนี้ของจินมันไม่ปกติสำหรับ จินกำลังอารมณืไม่ดีข้อนี้เขาดูออกเเม้ว่าจินจะทำปกติแค่ไหนคาเมะก็ดูออก
คาเมะหงุดหงิดอย่างไม่รู้จะทำยังไงรอให้จินเป็นฝ่ายพูดก็คงไม่พูดหรอกทำนิ่งซะขนาดนั้น แล้วความอดทนเส้นสุดท้ายของคาเมะขาดออกจากกันเมื่อคาเมะบอกจินว่าง่วงไปนอนก่อนนะ คนรักของเขาหันมายิ้มแล้วบอกราตรีสวัสดิ์นั่นมันทำให้ความอดทนของคาเมะหมดลงทันทีคว้าหมอนอิงที่ตัวเองกอดไว้เขวี้ยงใส่จินเต็มแรง
"คุณจินมีอะไรก็พูดสิครับอย่ากดดันผมแบบนี้"คาเมะรู้สึกแบบนั้นจริงมันเหมือนจินต้องการกดดันให้เขาหัวเสียจนทนไม่ได้ขึ้นมาเอง
"จินยังไม่ได้ทำอะไรนะคาซึยะ"หมอนในเมื่อกี้ที่คาเมะปามามันก็แรงพอดูแต่จินก็แค่จับมันมารองมือแล้วกดรีโมตเปลี่ยนช่องไปเรื่อยเหมือนไม่มีคาเมะที่อารมณ์เสียแทบระเบดยืนอยู่ใกล้
"ทำคุณจินทำ..คุณจินอารมณ์ไม่ดีเพราะผม แต่คุณจินไม่ว่าผมไม่สนใจผมนั่นมันทำให้ผมหงุดหงิด"
จินเลิ่กคิ้วขึ้นเหมือนไม่เข้าใจที่คาเมะพูดทั้งที่ในใจมันตรงกันข้ามเขาอารมณ์ไม่ดีจริงๆ"แล้วคาซึยะอยากให้จินพูดอะไรหล่ะ"
"พูดสิ่งที่อยู่ในใจคุณจินไงครับ ผมเข้าใจว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมอยากให้คุณพูดทุกอย่างกับผม"คาเมะยืนรออย่างใจเย็นเพราะเขาก็ไม่อยากทำตัวงี่เง่า โวยวายเพื่อให้ตัวเองพอใจมันน่ารำคาญเกินไป
"มันเป็นเรื่องที่จินเคยพูดไปแล้ว จินไม่อยากพูดซ้ำอีก"
คาเมะนึกไปถึงเรื่องหลายเรื่องที่จินเคยพูดไว้แล้วความโกธมันก็มากยิ่งขึ้นจินเคยเชื่อใจเขาบ้างไหม คาเมะจำได้ดีว่าตัวเองเคยย้ำกับจินไปแล้วว่ารักแล้วทำไมจินไม่เชื่อเขาบ้างเก้บเรื่องเล็กน้อยแบบนี้มาหงุดหงิดทำไม
"คุณจินผมก็ว่าเราเคยคุยกันแล้วว่าโทโมะเป็นแค่เพื่อนรักถึงผมจะรักเขามากแค่ไหนมันก็เป็นแค่รักแบบเพื่อน แล้วทำไมคุณจินต้องหงุดหงิดครับ"คาเมะสุดจะทนที่ต้องมาพูดเรื่องนี้ทั้งที่มันไม่ได้มีอะไเลย
"มันไม่ใช่แค่ว่าคาซึยะเป็นเพื่อนโทโมะหรอกนะสิ่งเหล่านั้นจินเข้าใจดี"
คาเมะถอยหลังตามจังหวะการก้าวเดินของจินที่ก้าวเข้ามาเมื่ออยู่จินก็ลุกเดินไล่ต้อนเขาพร้อมด้วยสีหน้านิ่งแต่แววตากลับวาววับ ในเมื่อคาเมะอยากจะให้เขาพูดเขาก็จะพูด
"ที่จินหงุดหงิดเพราะจินไม่ชอบให้คาซึยะใกล้ชิดใคร จินหวงทุกอย่างที่เป็นคาซึยะ แค่คาซึยะยิ้มให้ใครจินก็ร้อนในอกอิจฉาไปหมด อิจฉาทุกอย่างที่เข้าใกล้คาซึยะ เพราะจินหวงอยากเก็บคาซึยะไว้คนเดียว ถ้าคาซึยะมองว่ามันเป็น 'แค่' จินก็ไม่มีอะไรจะพูดเพราะจินจะถือว่านั่นจินบ้าไปคนเดียวเอง คาซึยะไม่ได้ผิดเพราะสิ่งเหล่านั้นมันเป็นความรู้สึกของจินคนเดียว" จินเดินต้อนคาเมะจนหลังชนกำแพงแล้วตัวเองก็คร่อมร่งคาเมะไว้กลายปิดบบังทางหนีทุกทางของคนตัวเล็ก
คาเมะแก้มแดงกับความรู้สึกของจินที่บอกผ่านริมฝีปากแดงสดเขารู้ว่าคุณจินรักเขาแต่ก็ไม่คิดว่าจะรักเขาถึงขนาดนี้แล้วคาเมะก็พอใจกับมันแล้วทำไมเขาต้องมองว่าเรื่องที่คุณจินรักเขาเป็น 'แค่' ด้วยหล่ะ
"แต่สิ่งเหล่านั้นมันก็เกี่ยวกับตัวผมนิครับผมไม่มองว่ามันเป็นเรื่องแค่นั้นหรอกในเมื่อมันเป็นความรู้สึกคุณจินทุกอย่างก็มีผลต่อผมเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นผมคงไม่ร้อนจนนั่งไม่ติดเพียงแค่คุณจินอารมณ์ไม่ดีหรอกครับ"คาเมะไม่พูดเปล่าโอบรอบคอจินไว้กลายๆเอาหน้าผากใสตัวเองไปชนกับหน้าผากจินแล้วจ้องสบตากัน จินถือโอกาสคลอเคลียแก้มใสไม่ห่าง คาเมะพูดจาได้น่ารักถูกใจจินนัก แล้วยังท่าทางน่ารักๆนี่มันจะทะเอาจินทนไม่ไหวเอานะ
"แล้วตอนนี้คาเมะอยากร้อนเพราะจินหรือเปล่า"จินถามเสียงแหบข้างหูขบเม้นเบาพอให้ร่างบางรู้สึกคาเมะหน้าขึ้นสีระเรื่ออย่างเก็บไม่มิด
"คุณจินนอกเรื่องเมื่อกี้เราไม่ได้คุยกันเรื่องนี้"คาเมะหันหน้าหนีริมฝีปากที่ไล่ต้อนมาไม่หยุด เมื่อกี้อารมณ์เสียแน่หรอเนี่ย แล้วเหมือนจินจะอ่านใจคาเมะออกเสียงทุ้มก็เอ่ยขึ้นมา
"จินไม่เก็บเรื่องมาคิดเล็กคิดน้อยหรอก เพราะตอนนี้จินมีเรื่องให้คิดเยอะแยะ"คาเมะหน้าร้อนเเล้วเมื่อกี้ใครอารมณ์เสียกับเรื่องที่ไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยหล่ะแล้วปากหน่ะใกล้คาเมะหน่อยก็ได้แค่นี้เขาก็อายจะแย่แล้ว คิดสิคาเมะคิดว่าจะทำยังไงให้รอดพ้นจากมือร้อนคู่นี้ไปได้
"เรื่องอะไรหล่ะครับถ้าอย่างนั้นเชิญคิดจินไปคิดล่ะกันนะครับ ผมจะไปนอนผมง่วง"คาเมะบอกปัดแบบกลางเป้าสุดในเมื่อตอนนี้คิดอะไรไม่ออกนอกจากปากแดงๆร้อนของจินแล้ว
"เรื่องนี้คาซึยะต้องช่วยจินคิดด้วยซิจินคิดคนเดียวไม่ได้หน่ะ"จินยิ้มกว้างเมื่อเห็นท่าทางอายจัดของคนรักตัวแดงไปทั้งตัวเเล้วถ้าอายม้วยตัวเป็นก้อนกลมได้คาเมะคงทำไปแล้ว แต่ขขอแหย่คาเมะอีกสักพักแล้วกัน
"ง่า...แต่ตอนนี้ผมง่วงคิดอะไรไม่ออกแล้วจริงๆนะ นะครับคุณคาซึยะง่วงไปนอนเฉยๆกันนะคุณจิน"เเม้ว่าคำว่าเฉยๆที่คาเมะเน้นหนักแน่นมันจะดูขัดกับประโยคอ้อนๆของคนรัก แต่ยิ้มก็ยิ้มยอมคลายอ้อมกอดเป็นเพียงแค่กอดหลวมคาเมะอ้อนแล้วทำไมเขาจะไม่ใจอ่อนหล่ะ เพราะคาเมะสำคัญเขาถึงไม่อยากบังงคับถ้าคนรักไม่พร้อมจินลำลึกถึงข้อนี่เสมอ
คาเมะลอบถอนหายใจเมื่อจินราท่าทีลงไม่รุกเขาอีกจึงยอมยืนเฉยให้คนรักกอดหลวมๆ มือก็วาดไปรอบเอวคนรักอ้อมกอดจินอุ่นที่สุดคาเมะรู้สึกได้เสมอว่าอ้อมกอดจินทั้งอุ่นทั้งอ่อนโยน และมันเปี่ยมไปด้วยความรักที่ล้นเอ่อจนเขารู้สึกได้
"ตอนนี้ผมยังไม่พร้อม ขอบคุณคุณจินที่อดทน แต่คาซึยะรับรองว่ามันไม่นานหรอกครับ"คาเมะเกลือกหน้าไปมากับอกอุ่นคุณจินอุ่นจริงๆ จินยิ้มกับตัวเองเข้าใจคนตรงหน้าดียังไงคาเมะก็ยังไม่เดียงสากับเรื่องแบบนี้ที่ไม่เคยจินก็ได้แต่คอยสอนทีละน้อย มอบสัมผัสให้ทีละนิดไม่เร่งเร้าให้คาเมะตื่นกลัว เพราะรักเขาถึงรอได้
"จินเข้าใจ...จินรอได้"
"รักนะครับ"คาเมะรู้สึกเต็มอิ่มในอกความรู้สึกนี้มันเต็มหัวใจ
"รัก"รักที่ไม่แพ้กัน รักที่มีแค่คนสองคนที่หล่อหลอมหัวใจเป็นดวงเดียว
"รางวัลสำหรับคนรอวันนี้ผมเป็นหมอนข้างนิ่มให้คุณจินกอดทั้งคืนดีไหมครับ"คาเมะยิ้มน่ารักมาให้จินอย่างปิดไม่มิดจนจินแอบใจเต้นผิดจังหวะไปคนรักเขาน่ารักจริงๆ
"พูดแบบนี้เดี๋ยวจินก็ไม่รอแล้วหรอก"จินหยอกคาเมะเล่นแต่ก็ช้อนตัวคาเมะอุ้มเข้าห้องนอนไปทันทีไม่เป็นไรตอนนี้ได้แค่กอดเขาก็อิ่มใจจนไม่รู้จะทำยังไงวันนี้เขาก็ขอกอดเจ้าตัวนิ่มนี่ให้ชื่นใจไปก่อนล่ะกัน ตอนนี้เขาคิดได้แต่ว่ารักคาเมะที่สุดรักอย่างที่ไม่เคยคิดว่าความรู้สึกตัวเองจะมากมายขนาดนี้ มันล้นเอ่ออกมาอย่างทุรนทุรายให้จินต้องบอกตัวเองทุกวินาทีว่าคาเมะบอบบาง หากไปทำรุนแรงด้วยแรงอารมณ์ของจินที่เขาก็รู้ตัวเองว่ามันแรงตามสันดานดิบตัวเองเพียงใด คาเมะคงบอบช้ำหนัก ทุกครั้งที่เขาโกรธก็ทำเพียงแค่เก็บมันไว้ให้ลึกสุดของก้นบึ้งความรู้สึกเพราะกลัวว่าตัวเองจะทำรุนแรงกับร่างที่รักมากมานี้ เพราะรักมากจึงยิ่งตอ้งทะนุถนอม
ถ้าวันใดต้องเสียคาเมะไปจินนึกสภาพตัวเองไม่ออกเลยว่าจะเป็นยังไงแต่เขาจะคิดถึงวันนั้นทำไมในเมื่อมันยังไม่มาถึง ไม่สิมันจะไม่มีวันมาถึง เพราะจินจะไม่ยอมปล่อยคาเมะไป ไม่มีวัน
**********************************
TO BE CON~~~