FIRSTMEET

คนตัวขาวคิ้วขมวดมองกลุ่มคนตรงหน้าอย่างสงสัยคน6-7คนในห้องนี้มาทำอะไรในห้องทำงานเขาในเวลาบ่ายแก่ๆแบบนี้เท่าที่สมองเขาจำไไม่ผิดเขากลุ่มนี้ต่างก็เป็นทายาททางธุรกิจชั้นสูงที่รวมกันหมดนี้รายได้แต่ละปีมากกว่ารายได้ประเทศไม่รู้กี่เท่า และมันว่างนาดมานั่งรวมพลกันจ้องหน้าเขาแบบนี้เลยหรือถึงพวกมันจะว่างแต่เขาไม่ว่าสำหรับนายธนาคารใหญ่อย่างเขาทุกวินาทีมีค่าเป็นเงินเป็นทอง แล้วดูไอ้เลขาหน้าเหลี่ยมนั่นเขาจำได้ว่าสั่งมันให้ไปเป็นตัวแทนบริษัทแบ้วไหงมันมาเสนอหน้าอยู่แถวนี้

"พวกนายไม่มีงานการทำหรือไงถึงมาสุ่มหัวกันแถวนี้ โคคิฉันจำได้ว่าให้นายไปที่โรงแรมนารุคาว่าไงานสัมนาไม่ใช่หรือ"ตาคมปรายไปมองโคคิแต่เจ้าแค่ทำหน้ากนตีนใส่เหมือนไม่รู้ว่าตัวเองเป็นแค่เลขา"ทักกี้ด้วยมานี่พ่อรู้หรือเปล่าว่าหนีงานบริษัทมา"ทักกี้ยักไหล่เป็นคำตอบ

"หยุดเลยพี่จินไม่ต้องมาไล่เบี้ยทีละคนที่วันนี้ทุกคนมีเหตุผลที่ดีพอที่จะมาแน่นอนและมันสำคัญกว่างานพวกนั้น"ยามะพีส่งสายตาอาฆาตให้พี่ชายถ้ายูอิจิไม่จับไว้คงโดดไปงับคอจินแล้ว

"ทิ้งความรับผิดชอบเรียกว่ามีเหตุผลงั้นหรือ"

"ไอ้จินไม่ต้องพูดมากนอกเรื่องคนที่ต้องถามหน่ะไม่ใช่แก พวกฉันต่างหากไอ้ข่าวบ้าๆนี่หมายความว่าไง"จุนโยนนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งไว้บนแฟ้มงานที่จินกำลังเปิดอยู่จินแค่ปราบตามองมันครู๋เดียงก็กวาดสายตาไปรอบห้อง

"หนังสือพิมพ์แล้วทำไม"

"ทำไมหรอแกดูนี่"จุนกางหนังสือพิมพ์ออกให้จินเห็นการพาดหัวข่าวชัดจิ้มไปที่รูปบนหน้าหล่อๆแรงๆ"เห็นไหมว่าเขาเขียนว่าอะไรถ้ามันเขียนกันลอบเฉยๆฉันจะไม่ว่าเลยแต่ไอ้รูปเนี่ยมันบอกความสนิทสนมมากเกินไปแล้วถ้าคาซึะมาเห็นเขาจะว่ายังไง"เสียงจุนที่แรงขึ้นเรื่องๆยิ่งพูดยิ่งหงุดหงิดกับหน้านิ่งๆของเพื่อน

"ก็ไม่ทำไมฉันแค่ไปทานข้าวเฉย"

"ทานข้าวเฉยๆไม่มั้งอาคานิชิ คนอย่างแกเขาก็รู้กันว่าไม่เคยพาใครไปดินเนอร์แต่แกทำแบบนี้แกแคร์คาซึยะบ้างไหมว่าเขาจะคิดยังไง"

"แล้วคาซึยะหล่ะแคร์บ้างไหมว่าฉันคิดยังไง"จินตวัดตาคมขึ้นมองจุนรับรู้-ด้ถึงสายตาเครียดขึงและเจ็บปวดปนมา

"หมายความว่าไง"จุนถามอย่างไม่เข้าใจ

"ไปถามน้องนายเองดีกว่าฉันยืนยันคำเดิมว่าไม่อะไรช่วงนี้ฉันติดต่อธุรกิจกับชิโนฮาร่าจะออกไปทานข้าวกันบ้างไม่แปลก นักข่าวจะเขียนตีข่าวใส่สียังเรื่องของเขา"จุนหันไปมองหน้าโคคิเป็นการขอคำยืนยันซึ่งโคคิก็พยักหน้าว่ามันคือเรื่องจริง

"แล้วคาเมะทำอะไรหล่ะครับเมื่อวันก่อนวันนี้ผมโทรคาเมะเขาก็ปฏิเสธท่าเดียวไม่ยอมเล่าอะไรเลย"อุจิพูดร้อนใจทำไมเขาจะจับน้ำเสียงผิดปกติของเพื่อนไม่ได้แต่ถ้าคนตัวเล็กนั่นไม่พูดใครก็ง้างปากพูดขึ้นมาไม่ได้หรอก

"เขาคงไม่กล้าพูดมากกว่ามั้ง"น้ำเสียงเหมือนจะเยาะยิ่งเรียกคิ้วเรียวขมวดควับทันที

"แล้วมันเรื่องอะไรหล่ะ ถ้าไม่มีใครพูดเลยแบบนี้พวกเราจะรู้ได้ยังไงว่าเรื่องมันเป็นยังไง"อุจิเสียงแววอย่างเหลือ-อดอมพะเนากันทั้งคู่แล้วแบบนี้เขาจะช่วยยงไงกันหล่ะ

"ฮิโรกิไม่เอาน่านี่นเรื่องของเขาสองคนนะ"เรียวห้ามปรามอุจิแต่สายตาก็จ้องไปทางเพื่อนเหมือนจะถามเหมือนคนรัก

"ให้พี่ตอบเรื่องทั้งหมดเองดีกว่าไหม"อายูมิเปิดประตูโดนไม่แม้แต่จะเคาะ

"อยากคุยอะไรกันก็คุยไปฉันมีประชุมขอตัว"จินลุกขึ้นรวบแฟ้มขึ้น แต่ก็โดนทักกี้แย่งแฟ้มออกไปจากมือและโคคิผลักจินลงไปนั่งตามเดิมจึงได้สายตาคมตวัดมองอย่างตำหนิแต่ในที่นี้ใครจะสน

"ฉันหาคนเข้าประชุมแทนแล้วเรื่องนี้มันไม่สำคัญนายไม่จะเป็นต้องเข้าไปประชุมเอง"

"ใช่เพราะเรื่องของนายกับคาซึยะสำคัญกว่าการประชุมบ้าๆนั้น"อายูมิพูดเหมือนไม่แคร์เท่าไหร่ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟารับแขกข้างยามะพี จินอยากจะบอกว่าไอ้ที่ไม่สำคัญเท่าไหร่นั้นอ่ะรายได้รับดับประเทศเลยนะเห็นทีต้องให้โทโมยะสั่งสอบเรื่องมารยาทเสียหน่อยแล้ว

"แล้วพวกนายมีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน"จินกดเสียงต่ำที่สุดตอนนี้เขาเริ่มจะหงุดหงิดมากขึ้นทุกที

"สิทธิ์ที่เป็นเพื่อนแกไง"โคคิตอบได้ยียวนกวนอารมณ์จินมากจนจินต้องถีบข้อขาจนมันลงไปนั่งพับไปทีค่าตอบแทนที่มันผลักเขาลงนั่งกับเก้าอี้เมื่อกี้โคคิร้องอวดควรญราวกับขาหักจนเพื่อนที่เหลือมองด้วยความสมเพส

"จินนายคิดว่าคาซึยะมีอะไรกับโชใช่ไหม"ไม่มีเสียงตอบรับจากจินนอกจากสายตานิ่งๆจนเพื่อนถอนหายใจถิ้งกันหลายเฮือก

"ถ้านายคิดแบบนั้นจริงนายก็โง่มากแล้ว คาซึยะไม่เคยยอมใครแบบที่ยอมนายแค่นีมันไม่พอหรือไง"จินอยากจะบอกว่าคาซึยะยอมโชไม่แพ้กันหรอกพวกนั้นไม่มาเห็นด้วยตาแบบเขามันจะไปรู้สึกอะไร

"เท่าที่ฉันฟังเรื่องของโชที่ออกมาจากปากคาซึยะหน่ะฟังมันดูก็รู้ว่าพี่ชายและฉันคิดว่าน้องฉันอธิบายนายแล้วแต่นายไม่เข้าใจใช่ไหม"

"จะให้เข้าใจอะไร"

"เข้าใจอะไรนายถามตัวเองดีกว่าไหมเคยเชื่อใจน้องฉันบ้างหรือเปล่า รู้ไหมวันนี้เขาร้องไห้มันทำให้ฉันคิดว่าถ้านายทำน้องฉันเสียใจบ่อยๆฉันจะสนับสนุนโชก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรเพราะเขาไม่ได้ทำน้องฉันเสียใจ"อายูมิพูดอย่างไม่แคร์ จินนั่งนิ่งก้มหน้าเหมือนกำลังใช่ความคิดของตัวเองปล่อยให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ

"ฉันจะบอกอะไรให้อย่างนะถ้านายกล้าทำตัวแบบนี้ อย่าคิดว่าคาซึยะจะทำไม่ได้"คาซึยทำแล้วต่างหากต่อหน้าต่อตาจินและคาซึยะเป็นคนเริ่มก่อนเสียด้วย

"อ้อจะบอกให้เอาบุญเย็นนี้คาซึยะไม่กลับบเร็วหรอกนะแต่นายคงไม่สนใจหรอกเพราะยังไงไม่เที่ยงคืนนายคงไม่กลับ"

"หมายความว่าไง"จุนถามเป็นรอบที่2หันมาแทบจะเค้นคอจินจนยูอิจิต้องรีบแก้ตัวให้

"จินมันไปดื่มกับพวกฉันไม่ได้ไปไหนหรอก มันมาถึงก็ดื่มอย่างเดียวไม่พูดอะไรเลยถามก็ไม่ตอบนั่งหน้านิ่งซดเหล้าเป็นน้ำอยู่นั่นแหละ"ยูอิจิไม่วายประชดด้วยปลายหางเสียงเพราะมันไม่พูดอะไรจริงๆมันชวนพวกเขาออกมานั่งดูมันทำหน้าหล่อๆของมันอย่างเดียว

"ยังไงมันก็ไม่ใช่เรื่องแล้วหล่ะฉันนึกภาพออกเลยว่าคาซึยะต้องรอมันกลับมาก่อนแน่"จุนเกินจะเหลืออดจริงๆทำแบบนี้กับน้องเขาได้ยังไง

"จินฉันไม่คิดจริงๆนะว่านายจะใจแคบแบบนีเสียใจจิงๆที่แม่และฉันไว้ใจนายไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าแม่เห็นข่าวแล้วจะทำยังไง"จินลืมนึกถึงไปถึงคุณนายคาเมนาชิที่เขารับปากว่าจะดูแลให้ดีที่สุด แต่จะให้ทำยังไงนี่ไม่ใช่ความผิดของเขาทั้งหมดคนเดียว และเขากับเรียวโกะไม่ได้มีอะไรกันจริง แต่นี่มันก็นานกับการที่ให้คาซึยะปรับอารมณ์แล้วนี่คงถึงเวลาที่เขาจะรุกบ้างเสียแล้ว

"ไปไหน"จินลุกจากที่นั่งเดินมาบีบต้นแขนเล็กของอายูมิเสียจนเธอต้องนิ่วแต่ก็ไม่วายกวนกลับ

"อะไร"

"คาซึยะไปไหน"จินสูดลมให้ใจลึกอย่าให้เขาหงุดหงิดไปกว่านี้เลยเพราะหน้าไหนเขาก็ไม่เห็นทั้งนั้นแหละ

"สนใจหรอ...ไปหาคำตอบเอาเองสิ"อายูมิยังคงลอยหน้าลอยตาเเม้จะเจ็บต้นแขนไปหมดพรุ่งนี้เธอมั่นในว่ารอบต้นแขนเธอต้องเขียวช้ำแน่นอน

"อายูมิ"เสียงทุ้มเน้นหนักจนทักกี้ต้องมาดึงแนหญิงสาวออกจากจินก่อนจะรุนแรงไปกว่านี้

"ไอ้จินเธอเป็นผู้หญิงนะเว้ย ถ้าแกอยากรู้ทำไมไม่โทรไปถามหรือกลัวว่าเขาจะไม่รับโทรศัพท์แก"ทักกี้พูดได้จี้ใจดำจินมากเพราะวันนี้เขาลองโทรไปตอนบ่ายแล้วคิดว่าจะไปอธิบายเรื่องภาพนั่นแต่คาเมะกลับไม่รับโทรศัพท์เขา

"คาซึยะไม่รับหรอกป่านนี้ไปให้โชปลอบใจแล้วมั้ง"อายูมิทำเสียงขึ้นจมูกสะบัดต้นแขนตัวเองเพื่อคลายความเจ็บมันเจ็บจริงๆนะเนี่ย

"อายูมิเธอก็อย่าพูดให้เรื่องมันยิ่งแย่สิ"จุนปรามหญิงสาวเมื่อเห็นว่าจินเริ่มจะเดือดมากขึ้นทุกทีถ้ามันอาละวาดขึ้นมาจริงจะเอากันไม่อยู่

อายูมิสะบัดหน้าหนีหมั่นไส้จินเสียเต็มประดาเมื่อนึกถึงใบหน้าเปื้อนน้ำตาของน้องที่รักเมื่อกลางวัน"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไปไหนคาซึยะแค่บอกว่าเย็นนี้จะออกไปกับโชแค่นั้นเอง"

ช่างกล้ามากเลยนะคาซึยะขนาดเรายังทะเลาะกันอยู่ยังออกไปกับมันอีก ไม่เห็นหัวจินเลยใช่ไหมหมดเวลาของความใจดีแล้วคาซึยะ...เตรียมรับมือฉันไว้ได้เลยซากุราอิ

**************************

คลับชื่อดังแห่งหนึ่งใจกลางกรุงโตเกียวหนุ่มหล่อตัวขาวจัดก้าวเขาสู่คลับก็ตกเป็นเป้าสายตาทันที แต่ร่างสูไม่คิดจะสนใจสายตาสอดหาคนตัวเล็กไม่อยากหรอกที่เขาจะรู้ว่าคาเมะอยู่ที่ไหนทั้งคาเมะและโชเป็นคนดังตามหาตัวได้ไม่ยากหรอกสำหรับแหล่งข่าวขออาคานิชิหน่ะ จินเดินเข้าสู่พื้นที่ส่วนตัวของคลับก้าวยาวเข้าไปยังโซฟาในสุดเป้าหมายของการมาครั้งนี้ จินสบตาคาเมะคงเห็นเขาเดินเข้ามาก่อนอยู่แล้วคนตัวเล็กมองคล้ายสะดุ้งแต่ก็เก็บอาการได้แนบเนียนมองสบเขาไม่ละสายตาซักนิด

จินเดินมาถึงโซฟายาวไม่พูดพร่ำทำเพลงทิ้งตัวนั่งลงเบียดคาเมะมือวาดไปวางบนบ่าคาเมะกดน้ำหนักตัวเองลงพอให้ร่างบางรู้สึกคาเมะตวัดสายตาใส่สะบัดตัวจะลุกขึ้นแต่ก็โดนจินกดบ่าให้นั่งที่เดิมขยันลุกไม่ได้เหอะแรงของคาเมะจะไปสู้อะไรไกับจินหล่ะ คาเมะเลยต้องยอมนั่งให้จินเบียดมันอยู่แบบนั้นแหละแม้จะไม่พอใจก็ตาม

"มาดื่มกับโชในที่แบบนี้โดยไม่บอกจินนี่คิดดีแล้วใช่ไหม"จินเสียงทุ้มต่ำกระซิบข้างหูคาเมะพอให้ได้ยินกันสองคน

"ในเมื่อคุณจินทำได้แล้วทำไมผมจะทำไม่ได้คุณจินไม่บอกผมผมก็ไม่จำเป็นต้องบอกคุณจินนี่ครับ"คาเมะไม่ประชดแค่ประโยคแต่ยกแก้วในมือซดรวดเดียวหมดเป็นการเสริม

"อืม...ในเมื่อคาซึยะอยากดื่มก็ตามใจ"คาเมะนึกว่าจินจะลุกไปแต่จินกลับเรียกบริกรมาสั่งเหล้าเพิ่มพร้อมสรรพแล้วแก้วเหล้าของจินก็มาอยู่ในมือคาซึยะไม่ต้องไปสนใจคุณจินกำลังเล่นสงครามประสาทกับนายอยู่อย่าไปยอมแพ้

คาเมะพยายามไม่สนใจมือใหญ่ที่เลื่อนมาคล้องตรงเอวเขาและมันไม่ได้คล้องเฉยๆมันเน้นย้ำตรงเอวคาเมะตลอดเวลา และคาเมะพยายามไม่สนใจมัน โชที่ทุกทิ้งไม่ได้รับการสนใจจากคน2คนกระแอมขัดขึ้นมาเรียกสายตาคมให้ตวัดขึ้นมองและคาเมะเพียงแค่ยิ้มใส่ตาโชเท่านั้น

"สวัสดีครับซากุราอิซัง"มันเหมือนจะเป็นคำทักทายแต่โชฟังว่ามันเป็นการท้าทายเสียมากกว่าเสียงแบบนั้นหน่ะ

"ครับสวัสดีผมจำได้ว่าผมมากับคาเมะจังแค่2คน"

"ครับ..แต่คาซึยะเป็นภรรยาผมผมจะมาดูแลเพราะออกมากับผู้ชายคนอื่นมันก็ไม่แปลก"คำว่าภรรยาเรียกหน้าร้อนจากคาเมะได้ทันที แต่โชตึงไปกับสถานะที่จินเน้นย้ำว่าคนอื่น พยายามรวบรวมสติหันไปหาคาเมะที่ยกแก้วดื่มแก้วแล้วแก้วเล่าจนหน้าขาวเริ่มจะเป็นสีแดงจัดลามไปจนถึงลำคอ

"คาเมะจังพี่ว่าพอดีกว่าไหมเราดื่มเยอะไปแล้วเดี๋ยวมันจะไม่ไหวเอานะ"ไม่พูดเปล่ายื่นมือไปดึงแก้วออกจากมือเรียว แต่มันก็โดนจินแย่งกลับไปยัดใส่มือคาเมะเหมือนเดิม

"ไม่เป็นไรครับในเมื่อเขาอยากดื่มก็ให้เขาดื่มให้พอ ผมอยู่ด้วยไม่เป็นไรหรอกผมดูแลภรรยาผมได้"คาเมะอยากจะเขวี้ยงแก้วเล่าใส่หน้าหล่อนั่นจริงๆเน้นย้ำอยู่ได้ที่ตอนนี้มาแสดงความเป็นเจ้าของแล้วอาทิตย์ที่ผ่านมาไปเดินกับคนอื่นทำไมยิ่งคิดคาเมะก็ยิ่งโมโห

โชหน้าเสียไปจนคาเมะต้องหันมายิ้มปลอบให้จนจินยิ่งหงุดหงิดห่วงความรู้สึกมันเหลือเกินนะ จินก็กินเข้าไปเยอะไม่แพ้คาเมะหรอกอาจจะเเรงกว่าด้วยซ้ำแต่จินไม่ได้รู้สึกถึงมันเลยตอนนี้ไม่ว่าน้ำอะไรผ่านคงเขามันก็ฝาดไปหมดไร้รสชาติ

"ไม่เป็นไรโชจังชนแก้วกันดีกว่า"คาเมะยื่นแก้วตัวเองไปชนกับขอบแก้วโช โชยิ้มรับก่อนทั้งคู่จะดื่มมันเข้าไป เหอะอย่าคิดว่ามานั่งกดดันเขาแบบนี้แล้วเขาจะเลิก...ไม่มีทาง

เวลาผ่านไปนานบทสนทนามีเพียงโชและคาเมะที่พูดกันถึงเรื่องเก่าในวันวานไม่ได้สนใจจินที่นั่งทำหน้านิ่งทั้งที่ในใจรู้สึกร้อนไปหมดทำไมต้องมาพูดกันในเรื่องสมัยก่อนที่เขาไม่รู้ แต่พอคิดว่าปัจจุบันตอนนี้ของคาเมะคือเขาก็พอจะลดระดับความร้อนในอกลงได้ แต่ลืมไปหรือเปล่าว่าตอนนี้ตัวเองทะเลาะกับคาเมะอยู่เเล้วอนาคตมันจะเป็นอย่างไรคาเมะหัวเราะต่อกระซิกอย่างน่ารักไม่หยุดหย่อนกับโช อย่างน้อยในสายตาจินมันก็เป็นอย่างนั้นมือเรียวยังคงดื่มน้ำอัมพันด้วยความเร็วไม่มีตก อยากจะทำหน้านิ่งก็ทำไปมาดูกันว่าใครจะทนไม่ได้ก่อนกัน

เวลาผ่านไปค่อนคืนล่วงเข้าสู่วันมันคาเมะลอบมองจินร่างสูงยังคงมองไปลอบเหมือนซึมซับบรรยากาศด้วยท่าทางสบายๆแม้หน้าจะออกแดงนิดหน่อยจนคาเมะนึกค่อนในใจคอแข็งนักคงจะเที่ยวบ่อยอยู่หละซิคาเมะเจอกระดกพรวดไปไม่หยุดแบบนี้ก็ชักจะมึนจนต้องกำแก้วเหล้าในมือไว้แน่นกลัวมันจะหล่นลงพื้นพยายามประคองสติตัวเองให้มั่นคงไม่โผล่ฟุบไปให้ใครมานึกค่อนเขาอีก จนไม่รู้ว่าตัวเองเริ่มเอนตัวไปพิงซบอกแกร่งของจินจนเจ้าตัวต้องแอบลอบยิ้มกับตัวเองและนึกในใจว่าเริ่มสิ้นฤทธิ์แล้วหล่ะซิ

คาเมะเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเริ่มมึนลืมตาแทบจะลืมไม่ขึ้นไม่มีสติพอที่จะรับรู้อาการของจินที่เหมือนจะยับให้ตัวเองพิงในท่าที่สบายขึ้นคาเมะเอนตัวเข้าสบอกแกร่งไม่รู้ตัวซบลงเหมือนจะหามุมที่เหทาะสมกระพริบตา2-3ทีเหมือนเด็กจนจินต้องยิ้มเอ็นดูออกมาเริ่มประคองสติตัวเองไม่อยู่หล่ะซิ ดื่มไปมากขนาดนี้ไม่น็อคจินก็ไม่รู้พูดยังไงคนอย่างคาเมะดื่มได้ขนาดนี้เขาก็นับถือแล้วตอนแรกนึกว่าจะสลบไปตั้งแต่ก่อนเที่ยงคืนเสียอีก ท่าทางเขาต้องจับตัวมาถามแล้วว่าเมื่อก่อนเป็นเด็กเที่ยวหรือเปล่าถึงทนได้ขนาดนี้


"คาเมะจังไหวไหม"โชถามเมื่อเห็นว่าคาเมะเริ่มจะหลับซบอกโชมือยื่นมาจะแตะหน้าเรียวแต่จินก็ปัดมันออกอย่างนุ่มนวลโชตวัดตามองทันทีแต่จินก็มองได้กวนโชเป็นอย่างมาก

"ไม่เป็นไรครับผมดูแลได้"

"แต่วันนี้เขามากับผมผมจะเป็นคนดูแลเอง"

"เหอะ...ดูแลไม่จำเป็นคนของผมผมดูแลเองได้ อย่าคิดว่าผมไม่ร้ว่าคุณคิดอะไร ขอบอกไว้เลยนะครับว่าอย่าเพราะนั่นหมายถึงความเกรงใจที่ผมมีมันหมดลง ก็แค่ซากุราอิทำไมอาคานิชจะล้มไม่ได้จริงไหมครับ"จินไม่ได้ขู่แต่มัคือคามจริงโชมองว่ามันเป็นอย่างนั้น โชรู้สึกทั้งหน้าชาทั้งโมโหเขาด้อยกว่าอาคานิชจินจริงแล้วยังดูเหมือนจินจะเดาแผนการในใจโชได้เสียด้วยมันยิ่งทำให้เขาโมโหที่วันนี้เขาต้องพลาดไป และคาเมะก็หลับไม่รุเรื่องเสียด้วย

"อย่าคิดว่านายจะเหนือไปเสียทุกอย่าง ยังไงฉันก็มาก่อนนายความผูกพันของฉันกับคาเมะจังมันมากกว่านายอยู่เเล้ว"

"ครับคุณมาก่อนแต่ความผูกพันกับคนที่เป็นแค่เพียงพี่ชายมันคงเทียบไม่ได้กับความรักใช่ไหมครับ และผมมั่นใจว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่คนรักผมคิดแน่นอน"จินเน้นหนักคำว่าคนรักและฐานะระหว่างเขากับโชที่ใครดูมีความสำคัญมากกว่ากัน

"นายคอยดูแล้วกัน"

"รอดูแน่เพราะคาซึยเองก็คงรักผมตลอดไป...ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอเชิญคุณกลับดีกว่าครับอยู่ตรงนี้ไปคงไม่มีประโยชน์สำหรับคุณ เพราะมันจะทำให้ผมรำคาญลูกตามากขึ้น ถ้าผมทนไม่ไหวจะไม่เหลือชื่อซากุราอิ โชขึ้นมานะครับแล้วคาเมะคงเสียใจแต่คงไม่นานก็ลืมเพราะคุณก็แค่คนที่ผ่านเข้ามาเท่านั้นเอง"โชหน้าแดงไปด้วยความโกรธอาคานิชิจินดูถูกเขามากเกินไปแล้ว

"แล้วนายจะได้เห็นดีกัน"จินยิ้มเยาะผายมือเป็นเชิงส่งคล้ายจะไล่โชลุกขึ้นกระแทกเท้าออกไปทันทีด้วยความหงุดหงิดเต็มกำลัง

จินไม่ได้สนใจว่าโชจะมองตามโชอีกหันมามองคนข้างตัวดีกว่าเยอะมองหน้าเด็กๆคนของรักที่ซบอกอยู่ความเต็มตื้ในหัวใจก็กลับคืนมานานเท่าไหรแล้วที่เขาไม่ได้กอดคนตัวเล็กไม่ได้มองหน้าสวยใกล้แบบนี้ คาเมะยังสวยน่ารักเหมือนเดิม แม้จะมีรอยอ่อนหล้าไปบ้าง อืมตัวเล็กลงเสียด้วยซูบผอมไปหรือเปล่าเครียดเรื่องจินใช่ไหมคนดี

คาเมะขยับตัวซุกออกจินให้แน่นขึ้นราวกับหาความอบอุ่นพลิกตัวเข้าหาจินมือข้างหนึ่งพาดไปบนอกแกร่ง จินได้กลิ่นเหล้าโชยมาจากคนตัวเล็กถ้าเป็นคนอื่นจินคงนึกว่ามันเหม็นแต่พอเป็นคาเมะจินกลับคิดว่ามันหอมอย่างปะหลาดปลุกเร้าตัวจินได้ไม่น้อยจนเขาต้องสะบัดหัวไล่ความคิดเหล่านั้นไปฤิทธิ์ของน้ำอัมพันมันทำให้การควบคุมอารมณ์ลดลงจริงๆ

จินนั่งซึมซับหน้าตาคนรักจนพอใจก็ตัดสินใจช้อนตัวคาเมเะขึ้นเขาอยากให้คาเมะนอนสบายๆมากกว่ามานั่งๆนอนบนที่เเข็งแบบนี้ และที่สำคัญเขาไม่อยากให้ใครมองก็ดูเอาคนรักเขามีแต่คนจับจ้องจนจินต้องกวาดสายตาข่มไปเสียหลายรอบ แต่ก็คิดเอาว่าคนรักเขาน่ารักมีแต่คนอยากมองเขาควรจะภูมิใจสิ

....................................

......................

........

จินวางร่างคนตัวเล็กลงบนเตียงอย่างเบามือกลัวว่าคนที่หลับตาพริ้มไม่รู้เรื่องรู้ราว เขาขอยืนยันว่ากลิ่นเหล้าอ่อนๆที่มาจากร่างบางนี้มันหอมที่สุดเท่าที่เขาเคยได้สัมผัส จินนั่งมองหน้าคนตัวเล็กอยู่นานกว่าจะตัดใจเดินออกไปทางห้องน้ำ กลับมาพร้อมน้ำอุ่นในกะละมังสีเงินวาวพร้อมผ้าเนื้อดีที่ชุบหมาดๆ เช็ดไปตามวงหน้าขาวเนียนที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่ออ่อนๆเพราะฤิทธิ์เมรัย คนรักเขาน่ามองใช้คำนี้ไม่ผิดซักนิดเขายังคิดว่ามันน้อยไปด้วยซ้ำ

คาซึยะหน้าขาวเนียนใสตาเรียวคมที่ดึงดูดทุกสายตาให่จับจ้องมอง แต่เพียงได้สบตาก็รู้สึกวาตัวเองถูกดึงดูดให้ตกอยู่ในห้วงของคาเมนาชิคาซึยะคนนี้อย่างที่จินก็ติดอย่างถอนตัวไม่ขึ้นเป็นสิ่งที่จินคิดว่าน่าหลงใหลที่สุด แล้วยังจมูกโด่งที่หักน้อยๆเป็นเสนห์ แต่สิ่งที่จินคิดว่ามันน่ารักที่สุดของปากบางเฉียบของคนรักที่ไม่ว่าจะอยู่ในอารมณ์ใดมันก็จะยื่นออกมาน้อยๆเหมือนเป็ด แต่จินกับรู้สึกว่าไม่ว่าใครก็คงทำให้น่ามองได้ไม่เท่าคนรักของเขา ดูเอาสิขนาดหลับเจ้าตัวยังทำปากยื่นได้อีก จินเช็ดใบหน้าเสร็จก็ตามไปยังลำคอระหงส์ขาวเนียนผ่านมายังอกเนียนก็ต้องลอบกลืนน้ำลาย ทำไมเขาต้องมานั่งทำตัวเหมือนคนโรคจิตแบบนี้ด้วยเนี่ย

ยิ่งกลืนน้ำลายฝืดคอลงไปอีกเมื่อต้องมานั่งปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวชื้นเหงื่อของคนรักดูเอาแต่นอนยังยั่วสายตาเขาได้ขนาดนี้ครักเขาเสน่ห์ไม่ธรรมาดาจริงๆให้ตายเหอะ จินสะบัดหัวความคิดดิบของตัวเองออกไปท่องทุกเสี้ยงวินาทีว่าคาซึยะเมา คาซึยะหลับ คาซึยะไม่รู้เรื่อง ทำอะไรลงไปตอนนี้จะเป็นการหักหานน้ำใจ เดี๋ยวคาซึยะจะโกรธ จินพยายามจจะคิดทุกสิ่งที่มันจะสะกดกั้นอารมณ์ตัวเอง อย่างไรเาก็แคร์ความรู้สึกของคาเมะที่สุดอยู่ดี

จินถอนหายใจจินทิ้งเป็นเฮือกสุดท้ายหลังจากใส่กางเกงปิจาม่าเนื้อนุ่มเป็นชิ้นสุดท้ายให้คนรักเสร็จ คุณผู้อ่านหลายคนสงสัยใช้ไหมครับว่าแล้วเจ้าน้องตัวจิ๋วผมทำยังไม่บอกหรอกครับให้ไปคิดกันเอาเองก็ดเอาล่ะกันครับว่าตอนผมเช็ดตัวผลัดผ้าให้คาซึยะหนะผมฝากรอยเอาไว้กี่รอย ภายใต้เจ้าตัวจิ๋วนั่นก็ขอผมแตะหน่อยดีไหมครับ ผมไม่ได้คิดอกุศลนะครับแต่ผมก็ใช้ความอดทนมากแล้วที่แตะต้องเท่านี้คาซึยะยั่วยวนนาดไหมผมคิดว่าทุกคนคงเข้าใจ เอ....เหมือนผมบอกว่าจะไม่บอกพวกคุณแต่เหมือนผมบอกไปแล้วเลยน่ะครับ

จินห่มผ้าให้คาเมะเกือบจะมิดหัวเล็กนั่นแต่ร่างน้อยก็เหมือนยังไม่อุ่นอยู่ดี จินตัดสินใจซุกตัวเองลงข้างคาเมะแล้วกอดร่างบางเอาไว้เเนบอกคาเมะก็เหมือนจะคุ้นเคยสัมผัสนี้ซุกตัวเข้าหาอย่างง่ายดาย เอาเถิดคนดีพรุ่งนี้ตื่นมาก็ไม่รู้วาจะโวยวายอะไบ้างหรือเปล่า เมื่อกี้เขาก็ขัดใจคนตัวเล็กไปทีแล้ว ไม่เป็นไรยังไงเขาก็มีเหตุผลที่หักล้างพอที่เขาจะนั่งอยู่ตรงนั้นและคาซึยะก็คงรู้ดีไม่อย่างนั้นคงไม่ยอมให้เขานั่งคุมอยู๋แบบนั้นหรอกมันต้องมีประทะอารมณ์บ้างแน่นอน

เอาเถิดคืนนี้เขาก็ดื่มไปไม่น้อยงานก็หนักทั้งวัน เครียดเรื่องงานยังต้องมาคอยวิ่งวุ่นเรื่องคาซึยะอีก มีเรื่องอะไรขอเขาไว้คิดวันพรุ่งนี้ละกันขอกอดคนรักตัวน้อยไปอีกคืนก่อนเเล้วกัน

***********************************

TO BE CON~~~